เครื่องทำน้ำอุ่นติดไปแล้วจะคุ้มค่าไฟหรือไม่ ? ใช้อย่างไรให้ประหยัดค่าไฟ ?

 สำหรับอากาศในบ้านเราช่วงหน้าร้อน หากโดยปกติก็อาจจะไม่ได้คิดถึงเครื่องทำน้ำอุ่นกันซักเท่าไร (แต่คนไทยมีความชื่นชอบในการอาบน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็น สำหรับในเมืองใหญ่จะมีเครื่องทำน้ำอุ่นกันแทบทุกบ้าน) ในช่วงที่กำลังเข้าใกล้หน้าหนาวหรือหน้าฝน อากาศเริ่มหนาวเย็นในรุ่งเช้าและตอนดึก อากาศหนาวเย็นที่มักจะเล่นงานร่างกาย จนบางทีแทบจะหนาว รู้สึกว่าเข้ากระดูกกันเลยทีเดียวและในเวลาเช่นนี้นั่นเอง “เครื่องทำน้ำอุ่นจะถูกคิดถึงขึ้นมากทันที”

ประหยัดค่าไฟ

คนที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะติดเครื่องทำน้ำอุ่นในบ้านดีหรือไม่ บ้างก็อาจจะกำลังมีคำถามสงสัยว่า “การติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นจะคุ้มค่ากับติดตั้งหรือไม่ ? หรือเปลืองค่าไฟฟ้าเกินไปหรือไม่ ?” คำตอบของคำถามเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานและวิธีการดูแลรักษาว่าจะสามารถใช้ได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่

เริ่มต้นจากการลองคำนวณกันง่ายจากค่ากิโลวัตต์ที่เป็นค่ากลางในการคำนวณค่าไฟฟ้าที่เราชำระกันอยู่ในทุกเดือนตามบิลของการไฟฟ้า “สำหรับคนที่ยังไม่ทราบว่ากิโลวัตต์แปลว่าอะไร ก็จะขอสรุปง่ายๆว่า หากเครื่องใช้ไฟฟ้าใดระบุกิโลวัตต์ไว้ยิ่งมากเท่าไรก็จะยิ่งกินไฟมากเท่านั้น”

โดยสามารถเปรียบเทียบเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง “เครื่องทำน้ำอุ่นที่จะมีค่ากิโลวัตต์อยู่ที่ประมาณ 9004,800 กิโลวัตต์” สำหรับคนที่ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะกินไฟแค่ไหนให้ลองเปรียบเทียบกับ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คุ้นเคยอย่าง “เครื่องปรับอากาศที่จะมีค่ากิโลวัตต์อยู่ที่ประมาณ 7003,300 กิโลวัตต์” หรือเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าที่จะมีค่ากิโลวัตต์อยู่ที่ประมาณ 3003,800 กิโลวัตต์

จะเห็นว่าค่าการกินไฟของเครื่องทำน้ำอุ่น จัดอยู่ในกลุ่มที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว (สำหรับค่ากิโลวัตต์ของเครื่องทำน้ำอุ่นที่ยกมากล่าวถึงจะเป็นเครื่องเล็กสำหรับครัวเรือน) “แต่ถึงอย่างนั้นการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเอาไว้ในห้องน้ำก็ยังถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิต และสามารถผ่อนคลายวันที่แสนอ่อนล้าได้ดีอีกด้วย” อย่างไรก็ตามเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดล้วนกินไฟเสียทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานของผู้ใช้ว่าจะสามารถถนอมและประหยัดไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆได้ดีแค่ไหน

2-1

การใช้เครื่องทำน้ำอุ่นให้ประหยัดไฟฟ้าสูงสุด

  1. เริ่มต้นจากการเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของพื้นที่บ้าน เพื่อการกำหนดค่ากำลังวัตต์ของเครื่องทำน้ำอุ่น แต่โดยปกติแล้วสำหรับประเทศไทยของเราถึงแม้ว่าจะเป็นภาคเหนือหรือในพื้นที่ที่มีอากาศหนาว “เครื่องทำน้ำอุ่นก็ไม่ควรเกิน 4,500 วัตต์ก็เพียงพอ”
  2. ถึงแม้ว่าเครื่องทำน้ำอุ่นจะมีระดับให้เลือกได้หลายระดับ หลายอุณหภูมิก็ตาม แต่จะขอแนะนำว่า ไม่ควรเซ็ตค่าอุณหภูมิไว้สูงจนเกินไป (ควรจะอยู่ประมาณ 27-35 องศาเซลเซียลในช่วงปกติ และ 35-45 องศาเซลเซียลสำหรับฤดูหนาว) ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดไฟฟ้าและยังสามารถป้องกันผิวหนังจากอุณหภูมิของน้ำที่ร้อนจนเกินไป
  3. ในช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัด แนะนำว่าควรจะอาบน้ำอุณหภูมิปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดไฟฟ้า และยังสามารถช่วยถนอมเครื่องได้อีกด้วย
  4. เครื่องทำน้ำอุ่นควรจะติดตั้งคู่กับระบบปั้มน้ำที่มีกำลังส่งเพียงพอ อีกทั้งฝักบัวที่สามารถปรับระดับและควบคุมระดับน้ำได้ เพราะนอกจากจะสามารถประหยัดน้ำได้แล้วยังสามารถประหยัดไฟฟ้าได้ดีเช่นเดียวกัน
  5. ในขั้นตอนการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นกับระบบปั้มน้ำ อย่าลืมที่จะติดตั้งสวิตส์หรือวาล์วเปิดปิดเครื่องทำน้ำอุ่นแยกไว้อีกขั้นตอน เพราะระบบนี้เป็นเหมือนการตัดไฟ (คล้ายกับระบบการทำงานของ Cutout ในแผงไฟฟ้า) และการตัดระบบไฟนี่เองจะช่วยให้ประหยัดไฟฟ้าได้อย่างดี ทั้งยังสามารถป้องกันในเรื่องของไฟฟ้าลัดวงจรได้อีกด้วย

 ไม่เพียงแค่วิธีการใช้ที่แนะนำไปเพียงเท่านั้นที่จะสามารถช่วยประหยัดไฟฟ้าและเงินในกระเป๋าได้ แต่ยังมีวิธีการดูแลรักษาเบื้องต้นที่ยังสามารถ ประหยัดค่าไฟ ฟ้า อีกทั้งยังถือเป็นการเพิ่มระดับความปลอดภัยในการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นได้อีกด้วย

3-1

วิธีการดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า

  1. เริ่มต้นจากการอ่านแบบคู่มือและศึกษาวิธีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นอย่างถี่ถ้วน และอย่าลืมที่ตรวจเช็คจากช่างผู้เดินสายติดตั้งว่าระบบการทำงานของเครื่องทำน้ำอุ่นในบ้านของเรา นั้นมีการไหลเวียน ระบบปั้มน้ำ และระบบต้มน้ำอย่างไร เพราะหากเกิดปัญหาก็จะสามารถอธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับช่างผู้ซ่อมแซมได้อย่างเข้าใจ
  2. หมั่นตรวจสอบการทำงานของเครื่องอยู่เป็นประจำ ทั้งในเรื่องของรอยรั่วซึมของน้ำ ทั้งตัวท่อส่งน้ำ และสายฝักบัว เพราะหากเมื่อใดที่มีรอยรั่วซึมเกิดขึ้นแล้ว ไม่เพียงจะเป็นการเปลืองค่าน้ำโดยเปล่าประโยชน์ แต่ยังเปลืองค่าไฟในการทำงานของเครื่องทำน้ำอุ่นอีกด้วย
  3. ตรวจเช็คระบบป้องกันไฟรั่วซึมหรือระบบ ELCB ที่มาพร้อมกับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นในยุคปัจจุบัน แต่หากบ้านหลังใดยังเป็นการติดตั้งแบบเก่าที่อาจจะไม่มีการวางสายดินหรือ ELCB เพื่อป้องกันไฟรั่วซึม ก็ควรติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการติดตั้งเพิ่มเติม เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะอันตรายถึงชีวิต
  4. หมั่นทำความสะอาดเครื่อง (ทำเฉพาะในส่วนที่เข้าถึงได้ โดยต้องปิดวาล์วก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย) การทำความสะอาดก็เพื่อป้องกันการก่อตัวของตะกอน และยังป้องทำความสะอาดคราบต่างๆที่ติดมากับน้ำอีกด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการทำงานหนักมากขึ้นของเครื่องทำน้ำอุ่นนั่นเอง

 

ทั้งนี้จากวิธีการใช้งานและวิธีการดูแลรักษา ทั้งสองปัจจัยนี้นอกจากจะช่วยในการประหยัดเงินในกระเป๋าได้ดีแล้วนั้น ยังสามารถที่จะช่วยถนอมเครื่องทำน้ำอุ่นของคุณให้มีอายุการใช้งานได้นานยิ่งขึ้นอีกด้วย “จนบ้างครั้งเครื่องทำน้ำอุ่นหนึ่งเครื่องหากใช้แบบถนอมและถูกวิธีอาจจะมีอายุการใช้งานนานมากกว่า 510 ปีก็เป็นไปได้”